เหรียญหลวงพ่อทอง ๒๕๓๘ นายพล

9841111

ในปี๒๕๓๘ มีคณะศิษยานุศิษย์นำโดยนายพลโทสุทิน เอมะพัฒน์(ยศขณะนั้น) ได้ร่วมกันสร้างเหรียญหลวงพ่อทองถวายในโอกาสเลื่อนยศทางทหาร เป็นเหรียญเนื้อทองแดงรมดำจำนวน ๗,๐๐๐ เหรียญ ด้านหน้าผิดกับปี ๒๕๓๖ เล็กน้อย ส่วนด้านหลังไม่เขียนบอกปี พ.ศ.ที่สร้าง ใต้ยันต์มีรูปมงกุฎครอบดาว ๒ ดวงบอกถึงยศทางทหาร จึงเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า “รุ่นนายพล”ตามยศของผู้สร้าง

เหรียญหลวงพ่อทอง ๒๕๓๖

12395678

หลังจากที่พระสมุห์สว่าง ถาวรจิตฺโต ได้ลาสิกขาบท ก็มีเจ้าอาวาสปกครองมาเป็นลำดับจนมาถึง พระสมุห์แช่ม อตฺตสนฺโต เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน(รับตำแหน่งเจ้าอาวาสปี ๒๕๒๖) เห็นว่าอุโบสถชำรุดลงมากจึงร่วมกับศาสนิกชน บูรณะซ่อมแซมอุโบสถเสียใหม่ในปลายปี ๒๕๓๖ ในครั้งนั้นเช่นเดียวกันได้สร้างเหรียญหลวงพ่อทองเป็นเนื้อทองเหลืองจำนวน ๕,๐๐๐ เหรียญ เพื่อเป็นที่ระลึกในงานยกช่อฟ้าอุโบสถ โดยมีคณาจารย์เกจิสายใต้ทำพิธีพุทธาภิเษก รูปเหรียญทั้งด้านหน้าและด้านหลังผิดกับปี ๒๕๐๘ เล็กน้อย(เพื่อเป็นตำหนิ) มีขนาดหนากว่าและเปลี่ยนปี พ.ศ.จาก ๒๕๐๘ เป็น ๒๕๓๖

Nissan Almera NISMO Package

Nissan-Almera-NISMO-Package-789999

ราคา NISMO Aero Package

NISMO รุ่น E CVT ราคา 538,000 บาท

NISMO รุ่น EL CVT ราคา 579,000 บาท

NISMO รุ่น VL CVT ราคา 655,000 บาท

ชุดแต่ง NISMO Performance Package

สามารถติดตั้งเพิ่มได้ + ราคา 96,000 บาท

Nissan Almera NISMO Package มาพร้อม 3 สีตัวถังให้เลือก

– สีเงิน Brilliant Silver
– สีดำ Black Star
– สีขาวมุก White Pearl

ภายนอก

– ชุดสเกิร์ตด้านหน้า-ข้าง-หลัง ตัดด้วยสีเทาแดง
– สปอยเลอร์หลัง สีเทา
– แถบสีแดงบนฝาครอบกระจกมองข้าง
– ไฟ Daytime Running Lights ที่ชุดสเกิร์ตหน้า

ภายใน

– จูนอัพระบบช่วงล่างใหม่ by NISMO
– สปริงและช็อคอัพใหม่ จาก NISMO
– ชุดท่อไอเสียใหม่ S-Flow Stainless Steel
– ลดความสูงด้านหน้าลง 40 มิลลิเมตร ด้านหลัง 20 มิลลิเมตร
– ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้วสีดำตัดสีเงิน พร้อมยาง ขนาด 205/50 R16

ออกใหม่ Honda UR-V

ภาพดังกล่าวได้เผยแพร่โดยเว็บรถยนต์ชื่อดังแดนมังกร ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นต้นแบบ SUV รุ่นใหม่โดยใช้ชื่อว่า Honda UR-V ในฐานะรถยนต์ Mid-Size SUV ซึ่งจะได้รับการออกแบบคล้ายกับต้นแบบให้มากที่สุดพร้อมระบบความปลอดภัยสูงเทียบชั้น Premium SUV ครื่องยนต์ Honda UR-V คาดว่าจะมา 2 บล๊อกได้แก่ เครื่องเบนซิน I-VTEC 2.4 ลิตร และเครื่องเบนซิน VTEC Turbo 2.0 ลิตพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD

Honda-UR-V12354

สำหรับข้อมูลอื่นๆยังไม่ได้เปิดเผยมาก ราคาของ Honda UR-V ประมาณ 250,000 – 425,000 หยวน หรือ ราว 1,356,000 – 2,305,000 บาท

หลวงพ่อชื่น เขมจารี วัดกลางคูเวียง จังหวัดนครปฐม

14414
“หลวงพ่อชื่น เขมจารี” อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางคูเวียง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ต.สัมปทวน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อีกทั้งเป็นหมอยาตำรับแผนโบราณ รักษาให้กับคนทั่วไปโดยไม่ได้เรียกร้องค่าตอบแทน

ประวัติหลวงพ่อชื่น เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 19 พ.ค.2445 ที่บ้านกลาง หมู่ 3 ต.สัมปทวน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เป็นบุตรของนายฝอยและนางวัน ทุยเวียง ประกอบอาชีพทำนา

เมื่ออายุ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดสัมปตาก ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดกลางคูเวียง เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2465 โดยมีพุทธวิถีนายก (หลวงปู่บุญ ขันธโชติ) วัดกลางบางแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดหล่อ วัดกลางบางแก้ว เป็นพระกรรม วาจาจารย์ และพระอธิการมา วัดลานตากฟ้า เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า เขมจารี

หลังจากนั้น ท่านได้มาจำพรรษาอยู่วัดกลางคูเวียง โดยได้ศึกษาพระปริยัติธรรม พร้อมกับศึกษาการแพทย์แผนโบราณ ท่านมีความรู้ทางอักษรไทย และภาษามคธ แตกฉานในอรรถธรรม ต่อมาได้ไปศึกษาภาษาขอมและวิทยาคมกับหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ได้เรียนคู่กับ หลวงพ่อเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว

นอกจากนี้ ยังมีความรู้พิเศษในทางวิปัสสนาธุระเป็นอย่างดียิ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 12 เม.ย.2472 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางคูเวียง และเริ่มก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์สิ่งต่างๆ รวมทั้งเริ่มรักษาโรคให้ชาวบ้านที่ได้รับความเจ็บป่วย โดยมิได้เรียกค่ารักษาใดๆ

สำหรับตำรับตำรายารักษาโรคเหล่านั้น ท่านศึกษาเล่าเรียนจาก “หมอเทียนสาลีเวียง” หมอโบราณที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องการรักษาโรค การดูฤกษ์ยาม ทำนายโชคชะตา

ครั้นถึง พ.ศ.2479 ท่านได้หาเงินสร้างอุโบสถใหม่แทนหลังเดิม ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ทำด้วยไม้กระดาน ชำรุดจนไม่สามารถใช้ทำสังฆกรรม พร้อมกับสร้างพระประธานองค์ใหม่ พระอัครสาวก พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร

ต่อมาท่านซื้อที่ดินขยายเขตวัดออกไปอีกทางด้านเหนือ เพื่อใช้เป็นที่ปลูกสร้างโรงเรียนประชาบาล คือ โรงเรียนวัดกลางคูเวียง (พันธุลาภอนุสรณ์) ซึ่งแต่เดิม ต้องอาศัยศาลาการเปรียญของวัดเป็นที่ศึกษาเล่าเรียน

อีกทั้ง ท่านยังได้ก่อสร้างกุฏิขึ้นอีกหลายหลัง โดยเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด และลงมือทำเองอีกด้วย

หลวงพ่อชื่น เริ่มสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2479 ซึ่งเป็นปีที่ท่านสร้างโบสถ์หลังใหม่ทดแทนโบสถ์หลังเดิมที่เป็นไม้ โดยสร้างวัตถุมงคลเนื้อชินผสมดีบุกใช้มวลสารหลักจากเงินเก่าที่อยู่ในหลุมลูกนิมิตโบสถ์หลังเดิม สร้างขึ้น 4 รูปแบบ คือ พระปิดตา พระนางพญา พระปางลีลา และนางกวัก

ต่อมาในปี พ.ศ.2481 สร้างวัตถุมงคล “รุ่นอินโดจีน” ซึ่งถือว่าเป็นรุ่น 2 เพื่อนำรายเป็นทุนสร้างศาลาการเปรียญ และซื้อที่ดินขยายเขตวัดเพิ่ม วัตถุมงคลที่สร้างขึ้นมีเสื้อยันต์ ผ้ายันต์วัวธนู พระสมเด็จผงพุทธคุณ พระหลวงพ่อโตซุ้มเถาวัลย์เนื้อดิน และเครื่องรางรูปเสือ เนื้อผงพุทธคุณ

หลังจากปี พ.ศ.2481 ท่านสร้างวัตถุมงคลอีกหลายรูปแบบโดยเจตนาเพื่อบรรจุกรุ อาทิ เครื่องรางรูปเสือ สิงห์ พระสมเด็จ พระสมเด็จทรงสิงห์ โดยสร้างด้วยเนื้อผงเป็นหลัก แต่ท่านได้แกะพิมพ์ และกดพิมพ์พระด้วยตัวเอง

ในปี พ.ศ.2506 สร้างเหรียญรูปเหมือนด้วยเนื้อทองแดงผิวไฟ ท่านได้จารด้วยตัวเองทุกเหรียญ ถือเป็นเหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียว

กล่าวขวัญกันว่า เครื่องรางของขลังและวัตถุมงคลของหลวงพ่อชื่น มีพุทธคุณโดดเด่นในด้านแคล้วคลาดปลอดภัย และคงกระพัน

พ.ศ.2506 หลวงพ่อชื่น ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูโสภณสาธุการ”

ในช่วงท้ายของชีวิต ท่านเผยแผ่พระธรรมวินัยให้แก่พุทธบริษัท นำไปปฏิบัติเพื่อเป็นการปลูกศรัทธา ตลอดจนได้รักษาโรคให้กับผู้เจ็บป่วยอย่างมิเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหลวงพ่อชื่น มรณภาพลงอย่างสงบ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2514 เวลา 20.05 น. สิริอายุ 69 ปี พรรษา 49

ในช่วงเวลาที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล มีผู้มีจิตศรัทธาและและเคารพเลื่อมใสท่าน จับจองเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมเกินกว่า 100 วัน

กาลต่อมา หลวงพ่อเชิญ ในฐานะศิษย์เอก เป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของหลวงพ่อชื่น ด้วยการก่อสร้างกุฏิโสภณสาธุการ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดี พร้อมกับสร้างเจดีย์ทองบรรจุศพหลวงพ่อชื่น ภายในกุฏิ เพื่อให้บรรดาผู้ที่เคารพเลื่อมใสได้มากราบไหว้บูชาเป็นสิริมงคล โดยได้ทำพิธีบรรจุศพหลวงพ่อไว้ในพระเจดีย์ทอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.2524 เวลา 09.29 น.

ทุกปีในวันที่ 21 เม.ย. วัดกลางคูเวียง จัดงานคล้ายวันมรณภาพของหลวงพ่อชื่น เพื่ออุทิศส่วนกุศลและรำลึกถึงคุณงามความดี

หลวงพ่อบุญมา โชติธมฺโม วัดบ้านแก่ง จังหวัดปราจีนบุรี

7777770
โลกยุคใหม่เจริญก้าวหน้าขึ้น สิ่งลี้ลับและความอาถรรพ์ต่างๆ ก็เริ่มลดน้อยลง สมัยก่อนพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคมมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ แต่ละรูปล้วนมีชื่อเสียง สาธุชนคนใจบุญรู้จักกันถ้วนทั่ว และพระเกจิอาจารย์เหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งสิ้น และพระดีนั้นก็ย่อมไม่อวดอ้างคุณความดี ทำให้มองไปว่าพระเกจิอาจารย์ยุคใหม่หายากที่บ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน หมู่ ๓ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

มีผู้ไปพบพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเรืองวิชาอาคมจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน ความเล่าลือปากต่อปาก และจากประสบการณ์ทางวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นมาแสดงพลังอิทธิปาฏิหาริย์อยู่ยงคงกระพัน ชื่อเสียงของ “พระครูสุนทรโชติธรรม” หรือ หลวงพ่อบุญมา โชติธมฺโม ค่อย ๆ เริ่มปรากฏและโด่งดังในพื้นที่อย่างรวดเร็วเมื่อกาลเวลาผ่านมา

ย้อนอดีต…ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๓ ตรงกับวันอังคารที่ ๗ พฤศจิกายน ปีเถาะ ครอบครัว “จิตศรี” โดย นายพ่วง และ นางทองคำ จิตศรี ไผ่เจริญ ได้บุตรคนที่สองของครอบครัว คนแรกเป็นผู้หญิงชื่อ เด็กหญิงเลียบ จิตศรี คนที่สองตั้งชื่อเรียกขานว่า เด็กชายบุญมา จิตศรี และหลังจากให้กำเนิดเด็กชายบุญมาแล้ว ปีต่อ ๆ มานางทองคำได้ให้กำเนิดสมาชิกในครอบครัวอีก ๒ คน คือ เด็กชายสุวิทย์ และ เด็กหญิงสมหมาย จิตศรี รวมลูก ๔ คน สมาชิกทั้งบ้าน ๖ คน

ทั้งนายพ่วงและนางทองคำ มีอาชีพทำนา ฐานะทางบ้านก็พอมีพอกินปานกลาง แต่มาระยะหลังมีลูก ๔ คน ทำให้อาหารการกินฝืดเคือง เด็กชายบุญมาเจริญวัยตามกาลเวลา จวนจบกระทั่งถึงวัยที่จะต้องได้รับการศึกษาเล่าเรียน ผู้เป็นพ่อส่งเด็กชายบุญมาให้ไปอยู่กับ หลวงพ่อเขียน หรือ พระครูประสารวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดบ้านกุง ซึ่งเด็กชายบุญมามีศักดิ์เป็นหลานของหลวงพ่อเขียน สมัยนั้นหลวงพ่อเขียนเป็นพระเกจิอาจารย์เก่งทางด้านอยู่ยงคงกระพัน

เด็กชายบุญมาอยู่รับใช้หลวงพ่อเขียน และศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนวัดบ้านกุง จนกระทั่งจบการศึกษาประชาบาลชั้นประถมปีที่ ๓ นายพ่วงผู้เป็นพ่อก็ไปรับตัวกลับให้มาอยู่กับ “หลวงปู่เอี่ยม” พระเกจิอาจารย์ที่มีคนให้ความเคารพนับถือกันมาก ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อใหญ่” หลวงปู่เอี่ยมนั้น มีวิชาอยู่ยงคงกระพันชาตรี หลวงปู่เอี่ยม รับเด็กชายบุญมาไว้เป็นลูกศิษย์แล้วก็ส่งให้เรียนต่อชั้นประถมปีที่ ๔ จนจบพอโตเป็นหนุ่มหลวงปู่เอี่ยมก็สอนวิชาอาคม ให้ร่ำเรียนอักขระวิชาต่าง ๆ ฝึกให้ทำจิตให้เป็นสมาธิ สอนการนั่งวิปัสสนากรรมฐานขั้นต้นให้

นายบุญมาใช้ชีวิตทางโลกอยู่จนกระทั่งอายุ ๒๕ ปี เข้าวัยเบญจเพศจึงหันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เป็นศิษย์พระตถาคตเจริญรอยตามพระพุทธองค์ โกนหัวปวารณาตัวอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดทุ่งแฝก หมู่ ๒ ตำบลกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยมี พระครูศรีวิเลิศ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สวัสดิ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการกรอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า“โชติธมฺโม”

เมื่อบวชแล้ว ภิกษุหนุ่มนามบุญมาก็ศึกษาพระธรรมวินัย จนสามารถสอบนักธรรมเอกได้ในเวลาต่อมา จังหวะนั้นเองทางวัดบ้านแก่ง ว่างสมภารลง หลวงพ่อใหญ่ก็ได้สั่งให้ พระอธิการบุญมา มาเป็นสมภารวัดบ้านแก่ง สืบแทนหลวงพ่อทองดีที่มรณภาพ พระอธิการบุญมา พอ
มาอยู่วัดบ้านแก่ง ก็ทำนุบำรุงพัฒนาวัดตามแต่อัตภาพ

สมัยนั้นวัดบ้านแก่งและหมู่บ้านค่อนข้างทุรกันดาร ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ความเป็นอยู่ของชาวบ้านไม่ค่อยดี วัดก็เลยไม่รุ่งเรืองตามสภาพ ขณะอยู่วัดพระอธิการบุญมาก็ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน โดยเฉพาะพระกรรมฐานนั้น พระอธิการบุญมาให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้รับถ่ายทอดวิชาจากหลวงปู่เอี่ยมนำมาปฏิบัติด้วยตนเองอย่างเคร่งครัด

หลวงพ่อบุญมาทำกรรมฐานโดยกำหนดเอาแสงสว่างจากเปลวเทียนเป็นหลัก เพ่งกสิณจากเปลวแสงเทียนที่เรียกกันว่า “เตโชกสิณ” คือ การทำสมาธิจิตเพ่งแสงสว่างแห่งเปลวไฟ ภิกษุที่ทำได้ต้องมีสมาธิมั่นตั้งอยู่ในกรรมฐาน กำหนดเอาธาตุทั้ง ๔ อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นมั่นคง แล้วพุ่งกระแสจิตสู่สิ่งที่กำหนดนั้น จนดวงจิตสงบนิ่งบังเกิดความสว่างขึ้นกลางมโนจิต อันเป็นการบรรลุมรรคผลในระดับหนึ่ง นั่นคือการสามารถกำหนดจิตให้เป็นสมาธิอันแน่วนิ่งและมั่นคงได้ จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบของการบำเพ็ญพระกรรมฐานและการทำกสิณ หลวงพ่อบุญมา เพ่งกสิณเพ่งเปลวเทียนอยู่นาน กว่าจะบรรลุมรรคผลก็เล่นเอาดวงตาข้างขวาของท่านเสียเกือบจะบอดเลยทีเดียว

หลวงพ่อบุญมา พัฒนาวัดบ้านแก่งมาตลอดจนสามารถสร้างกุฏิ สร้างศาลาการเปรียญ และสร้างโบสถ์ใหม่ได้สำเร็จ ทำการยกช่อฟ้าอุโบสถและผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิตในปี ๒๕๓๘ ล่าสุดท่านกำลังสร้างซุ้มประตูเข้าโบสถ์และงานที่สำคัญของหลวงพ่อ คือ ท่านตั้งใจจะพัฒนาถนนหนทางเข้าวัดให้ดีขึ้น ไม่ใช่เป็นลูกรัง รถวิ่งฝุ่นฟุ้งอยู่ทุกวันนี้ เพื่อที่สาธุชนจะได้ไปมาหาสู่สะดวกสบายขึ้นโลกยุคใหม่เจริญก้าวหน้าขึ้น สิ่งลี้ลับและความอาถรรพ์ต่างๆ ก็เริ่มลดน้อยลง สมัยก่อนพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคมมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ แต่ละรูปล้วนมีชื่อเสียง สาธุชนคนใจบุญรู้จักกันถ้วนทั่ว และพระเกจิอาจารย์เหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งสิ้น และพระดีนั้นก็ย่อมไม่อวดอ้างคุณความดี ทำให้มองไปว่าพระเกจิอาจารย์ยุคใหม่หายาก
ที่บ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน หมู่ ๓ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มีผู้ไปพบพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเรืองวิชาอาคมจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน ความเล่าลือปากต่อปาก และจากประสบการณ์ทางวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นมาแสดงพลังอิทธิปาฏิหาริย์อยู่ยงคงกระพัน ชื่อเสียงของ “พระครูสุนทรโชติธรรม” หรือ หลวงพ่อบุญมา โชติธมฺโม ค่อย ๆ เริ่มปรากฏและโด่งดังในพื้นที่อย่างรวดเร็วเมื่อกาลเวลาผ่านมา

หลวงพ่อบุญมาทำกรรมฐานโดยกำหนดเอาแสงสว่างจากเปลวเทียนเป็นหลัก เพ่งกสิณจากเปลวแสงเทียนที่เรียกกันว่า “เตโชกสิณ” คือ การทำสมาธิจิตเพ่งแสงสว่างแห่งเปลวไฟ ภิกษุที่ทำได้ต้องมีสมาธิมั่นตั้งอยู่ในกรรมฐาน กำหนดเอาธาตุทั้ง ๔ อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นมั่นคง แล้วพุ่งกระแสจิตสู่สิ่งที่กำหนดนั้น จนดวงจิตสงบนิ่งบังเกิดความสว่างขึ้นกลางมโนจิต อันเป็นการบรรลุมรรคผลในระดับหนึ่ง นั่นคือการสามารถกำหนดจิตให้เป็นสมาธิอันแน่วนิ่งและมั่นคงได้ จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบของการบำเพ็ญพระกรรมฐานและการทำกสิณ หลวงพ่อบุญมา เพ่งกสิณเพ่งเปลวเทียนอยู่นาน กว่าจะบรรลุมรรคผลก็เล่นเอาดวงตาข้างขวาของท่านเสียเกือบจะบอดเลยทีเดียว

หลวงพ่อบุญมา พัฒนาวัดบ้านแก่งมาตลอดจนสามารถสร้างกุฏิ สร้างศาลาการเปรียญ และสร้างโบสถ์ใหม่ได้สำเร็จ ทำการยกช่อฟ้าอุโบสถและผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิตในปี ๒๕๓๘ ล่าสุดท่านกำลังสร้างซุ้มประตูเข้าโบสถ์และงานที่สำคัญของหลวงพ่อ คือ ท่านตั้งใจจะพัฒนาถนนหนทางเข้าวัดให้ดีขึ้น ไม่ใช่เป็นลูกรัง รถวิ่งฝุ่นฟุ้งอยู่ทุกวันนี้ เพื่อที่สาธุชนจะได้ไปมาหาสู่สะดวกสบายขึ้น

หลวงพ่อลำใย ปิยวัณโณ เกจิดังแห่งวัดทุ่งลาดหญ้า

996600
หลวงพ่อลำใย แห่งวัดทุ่งลาดหญ้า ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ท่านเป็นพระเถระที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา มีกิจวัตรอันประเสริฐยิ่ง ตลอดชีวิตแห่งการดำรงเพศพรหมจรรย์ นับตั้งแต่บรรพชาเป็นสามเณรจวบจนกระทั่งอุปสมบทเป็นพ ระภิกษุในพระพุทธศาสนา ยาวนานกว่า 60 ปี

คุณงามความดีที่ท่านได้สร้างสมไว้แก่พระพุทธศาสนา และสังคมประเทศชาติ มากมาย จนมิอาจจะกล่าวได้หมดในเวลาอันสั้นนับแต่ได้รับภาระเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งลาดหญ้า เป็นเจ้าคณะตำบล เป็นเจ้าคณะอำเภอศรีสวัสดิ์ และเป็นพระอุปัชฌาย์ นอกจากจะพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง ได้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของกรมการศาสนาแล้ว

ท่านยังสร้างวัดและร่วมพัฒนาวัดทั้งในเขตปกครองและนอกเขตปกครองอีกกว่า 200 วัด เป็นประธานหาทุนทรัพย์สร้างโบสถ์ ศาลาการเปรียญ อีกกว่า 100 วัด สร้างโรงเรียน ทั้งมัธยม-ประถม (รวมที่ดินและอาคารเรียน) กว่า 10 แห่ง (โรงเรียนมัธยมวัดทุ่งลาดหญ้า-หลวงพ่อลำใย อุปถัมภ์ ได้รับการยกระดับเป็นโรงเรียนมัธยมระดับตำบลเป็นแห่ง แรกของประเทศไทย)

หลวงพ่อสร้างสถานีอนามัยมอบให้แก่ทางราชการทั้งอาคาร และที่ดินนับได้ประมาณ 20 แห่ง ครั้งหลังสุดเพิ่งสร้างสถานพยาบาลบ้านพักคนชรา บนเนื้อที่ราว 70 ไร่ สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ 100 ล้านบาท มอบให้แก่กรมประชาสงเคราะห์ และห้องสมุดประชาชนกาญจนาภิเษก ต.ลาดหญ้า พร้อมที่ดิน มูลค่ากว่า 20 ล้าน(ที่ดินติดถนนใหญ่)

มอบให้แก่กรมการศึกษานอกโรงเรียนหลวงพ่อสร้างระบบประปา มอบให้แก่หมู่บ้านต่างๆหลายสิบแห่ง และสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว ตรงด้านหน้าวัดทุ่งลาดหญ้า มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท และอีกแห่งตรงช่วงที่ผ่านตำบลหนองบัว มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท มอบให้เป็นสาธารณะประโยชน์ ในส่วนของการสงเคราะห์ผู้ยากไร้

หลวงพ่อได้กระทำอย่างต่อเนื่องนับเป็นเวลาหลายสิบปี ท่านเป็นธุระจัดหาข้าวสารอาหารแห้งให้แก่สถานสงเคราะ ห์คนชราที่ท่านสร้างขึ้น และทุกวันที่ 14 เมษายน หลวงพ่อจะจัดงานเทกระจาด แจกข้าวสารอาหารแห้ง รวมถึงเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นแก่ผู้ยากไร้ เป็นงานประจำปีที่วัดทุ่งลาดหญ้าในเขตปกครองของท่าน คืออำเภอศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นอำเภอติดชายแดน มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ทั้ง มอญ กระเหรี่ยง และกระหร่าง เป็นอำเภอที่ทุระกันดานมาก ในช่วงเข้าพรรษา ท่านก็จะนำข้าวสารอาหารแห้ง รวมถึงสิ่งของจำเป็น ไปแจกจ่ายแก่พระสงฆ์ตามวัดต่างๆอย่างทั่วถึงนับเป็นร ัอยวัด ทำให้เขตปกครองของท่านมีความสงบเรียบร้อยมาก ซึ่งเป็นผลดีต่อบ้านเมืองจากผลงานและจริยาวัตรอันประ เสริฐของท่าน ทำให้ท่านได้การยกย่องเชิดชูจากสถาบันต่างๆมากมาย รวมถึงได้รับพระราชทาน เสมาธรรมจักรในฐานะคนดีศรีสังคม จากสมเด็จพระเทพฯ

โครงการที่ท่านกำลังดำเนินงานอยู่ในขณะนี้ คือการสร้างพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ภายในบริเวณวัดทุ่งลาดหญ้า ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน น่าเสียดายที่ท่านด่วนจากไป ด้วยความดีอันมากล้นของหลวงพ่อ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระมงคลสิทธิคุณ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2539 คนๆหนึ่ง พระสงฆ์รูปหนึ่ง เกิดมามีชีวิตที่ไม่สูญเปล่า สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมประเทศชาติมากมาย

ตลอดชีวิตของท่านมีแต่การให้และการเสียสละโดยไม่เห็น แก่ความเหนื่อยยากลำบากกายใดๆ ท่านได้ทำหน้าที่ “พระสงฆ์” ที่สมควรกราบไหว้จนถึงนาทีสุดท้ายแห่งชีวิต สมควรที่เราทั้งหลายจะยกย่องเชิดชูให้เป็นปูชนียบุคคลอันประเสริฐยิ่ง

หลวงพ่อลำใย ขึ้นชื่อลือนามในเรื่องวัตถุมงคลของขลัง สิ่งที่ท่านสร้างขึ้นแต่ละอย่าง ล้วนเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ มีประสบการณ์ให้เป็นที่เลื่องลือทุกร่นทุกพิมพ์ จนผู้ที่มีไว้บูชาต่างเชื่อมั่นในอานุภาพสรรพคุณอย่างสนิทใจ และท่านก็เป็นพระเกจิอาจารย์ที่สร้างกุมารทอง ท่านคือเกจิกุมารทองที่ทรงไว้ ด้วยวิชามหามนต์อันเปี่ยมล้นด้วยความเข้มขลังอีกท่านหนึ่ง

พระอู่ทองท้องช้าง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี

989898955400055

ประวัติการขุดค้นพบ พระอู่ทองท้องช้าง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันถึงพระกรุเนื้อชินเงิน ของกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี ที่มีชื่อเรียกกันว่า “พระอู่ทองท้องช้าง” กันนะครับ มีบางท่านก็อดสงสัยไม่ได้ว่า พิจารณาจากองค์พระแล้วทำไมจึงมีชื่อเรียกว่า “พระอู่ทอง” ทั้งๆ ที่มองดูแล้วคล้ายกับว่ามีศิลปะแบบลพบุรี และขุดพบที่ลพบุรีปะปนอยู่กับพระเครื่องชนิดต่างๆ ที่มีศิลปะลพบุรีด้วย แถมมีสร้อยต่อท้ายว่า ท้องช้าง อีก ครับเราลองมาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องศิลปะที่เขาเรียกกันว่าศิลปะอู่ทอง และที่มาของพระอู่ทองท้องช้างลพบุรีกันครับ ศิลปะอู่ทอง คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงราชวงศ์อู่ทองในสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา แต่ในเรื่องของศิลปะอู่ทองนั้นเป็นการเรียกรูปแบบของศิลปะ ซึ่งศิลปะแบบนี้มีอายุเก่าแก่มาช้านาน ในภาคกลางของประเทศไทยนั้นเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรทวารวดี และต่อมาก็ถูกชาวขอมเข้ามาครอบครอง ศิลปะแบบอู่ทองจึงเป็นศิลปะที่มีอิทธิพลจากที่ต่างๆ มาผสมกัน แต่ช่างที่ทำก็คงเป็นช่างไทย นักวิชาการจึงแยกศิลปะอู่ทองออกเป็น 3 แบบ 3 ยุคคือ แบบที่ 1 มีอิทธิพลของศิลปะ ทวารวดีและขอมผสมกัน แบบนี้เป็นแบบแรกและมีอยู่น้อย อาจเกิดขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ 17-18 พระรัศมีมักเป็นรูปดอกบัวตูมหรือแบบฝาละมี เครื่องแต่งพระพักตร์และจีวรยังคงคล้ายแบบ ทวารวดีผสมแบบขอม แต่พระพักตร์ก็เป็นสี่เหลี่ยมตามแบบขอม มีขอบสงบชัดเจน และมีเส้นไรพระศกศิลปะแบบนี้บางท่านก็เรียกว่า “อู่ทองสุวรรณภูมิ” แบบที่ 2 มีอิทธิพลของศิลปะขอมหรือลพบุรีมากยิ่งขึ้น พระรัศมีบนพระเกศมาลาหรือเมาลีเป็นรูปเปลวแบบนี้คงเกิดขึ้นหลังแบบแรก และมีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18-19 ซึ่งในสังคมผู้นิยม พระเครื่องพระบูชามักเรียกกันว่า “อู่ทองหน้าแก่” แบบที่ 3 มีอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยเข้ามาปะปนอยู่มาก แต่ลักษณะของแบบอู่ทองคือมีไรพระศก และฐานเป็นหน้ากระดานแอ่นเป็นร่องเข้าข้างในยังคงอยู่ แบบนี้คงเกิดขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ 19-20 เช่นที่ค้นพบเป็นจำนวนมากในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา หรือที่มักเรียกกันว่า “อู่ทองหน้าหนุ่ม” ลักษณะประจำของพระพุทธรูปและพระเครื่องศิลปะแบบอู่ทอง ก็คือ มีไรพระศก ชายจีวรหรือสังฆาฏิยาวปลายตัดเป็นเส้นตรง มีเส้นขอบสงบชัดเจน ครับเมื่อเราพอจะเข้าใจรูปแบบของศิลปะบ้างแล้ว ก็เข้าดูพระเครื่องของกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรี ที่มีชื่อว่า “พระอู่ทองท้องช้าง” ที่พบพร้อมกับพระหูยานลพบุรีกรุใหม่ ในประมาณปีพ.ศ.2500 กว่าๆ พิจารณาตามลักษณะของพิมพ์พระแล้ว ก็มีรูปแบบศิลปะแบบอู่ทองแบบที่ 1 หรืออู่ทองสุวรรณภูมิ เช่นพระเกศเป็นแบบดอกบัวตูมหรือฝาละมี มีเส้นไรพระศก ชายสังฆาฏิปลายตัด มีเส้นขอบสบง จึงเข้ากับศิลปะแบบอู่ทองแบบที่ 1 ส่วนที่มาของสร้อยต่อท้ายคำว่า “ท้องช้าง” คือ เส้นชายจีวรที่ต่อลงมาจากชายสังฆาฏิ ลักษณะเป็นเส้นโค้งทอดยาวลงมาถึงบนหน้าตัก เหมือนกับเส้นตกท้องช้าง จึงเป็นที่มาของสร้อยต่อท้ายชื่อครับ พระอู่ทองท้องช้างที่พบในกรุพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุนั้น พบที่เป็นแบบไม่มีฐานรองรับ แบบที่มีฐานบัวชั้นเดียว แบบที่มีฐานบัวสองชั้น และพิมพ์พระสาม หรือพระตรีกาย ซึ่งเป็นพระแผงขนาดเขื่องก็พบครับ ส่วนมากมักพบเป็นเนื้อชินเงิน มีคราบปรอทจับขาว ครับในวันนี้ก็เช่นเคย ผมก็นำรูป พระอู่ทองท้องช้าง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี แบบไม่มีฐานบัว มาให้ชมกันครับ ชมรมพระเครื่อง แทน ท่าพระจันทร์

แนะนำบทความให้ทางเว็บเพื่อเผยแพร่ความรู้โดย พระเครื่องแท้กรุเก่า

มาลดความอ้วนกันกับ M Diet Helper

เรื่องของความสวยความงามและรูปร่าง เป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใคร และไม่มีทางที่ใครจะยอมกันได้อีกต่อไปแล้วในปัจจุบันนี้ ยิ่งทุกคนหันมาให้ความสำคัญและสนใจกับรูปร่างหน้าตาของตนเอง ยิ่งทำให้สารพัดตัวช่วยเพื่อให้เราสวยได้รับความนิยมมากที่สุด

61318

ลดความอ้วนง่าย ๆ ด้วย M Diet Helper

            M Diet Helperเป็น App ดี ๆ ที่สร้างสรรค์มาเพื่อช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักโดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักมีตัวช่วยดี ๆ เป็นเพื่อนและเป็นคู่มือที่จะอยู่กับคุณในช่วงเวลาสำคัญอย่างการลดน้ำหนักนี้จนคุณประสบความสำเร็จ

M Diet Helper มาพร้อมกับความสามารถในการให้ความรู้ที่ถูกต้องในการลดน้ำหนักอย่างได้ผล เพราะ M Diet Helper ได้รวบรวมเอาสูตรลดน้ำหนักทั้ง 4 สูตรมาไว้ในมือคุณแล้ว ซึ่งได้แก่

–        สูตรลดน้ำหนักแบบ 3 วัน 2 แบบ

–        สูตรลดน้ำหนักแบบ 7 วัน

–        สูตรลดน้ำหนักแบบ 14 วัน

โดยแต่ละสูตรนั้นจะบอกวิธีการรับประทานอาหารตามสูตร รายการอาหารสำหรับการ

ลดน้ำหนักและขั้นตอนในการลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

นอกจากความสามารถที่เราได้กล่าวไปแล้ว M Diet Helper ยังมีฟังก์ชั่นและความสามารถในการตรวจสอบวันและเวลาในการลดน้ำหนักและกำหนดวันลดน้ำหนักตามที่ต้องการ เรียกได้ว่าเป็น App ดี ๆ สำหรับหนุ่มสาวที่มีความตั้งใจจริงในการลดน้ำหนัก รับประกันได้เลยว่าหนุ่มสาวที่ใช้ App นี้ช่วยต้องลดน้ำหนักได้และมีหุ่นที่สวยงามอย่างแน่นอน และที่สำคัญที่สุด App นี้เค้าสร้างสรรค์มาให้ใช้งานกันได้ฟรี ๆ ไม่มีเสียตั้งนะ

สนุกทุกช่วงเวลาไปกับ LINE PC

Line PC เป็นโปรแกรมที่ได้รับการพัฒนามาจากโปรแกรม Line ที่เราคุ้นเคยและเล่นกันเป็นประจำบนโทรศัพท์มือถือ

Line ได้รับการพัฒนาไปในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีแรงบันดาลใจที่สำคัญคือต้องการให้ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารได้ในทุกที่ทุกเวลาและทุกแพลตฟอร์ม

150617-140540

เมื่อเป็นเช่นนี้ Lind PC จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของ Line คือสามารถใช้ได้ในทุกแพลตฟอร์มคือทั้งโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ PC และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

สนุกทุกช่วงเวลากับ Line PC

          อาจจะพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า Line PC เป็นโปรแกรมแชทที่สร้างขึ้นมาเพื่อเอาใจคนใช้งานคอมพิวเตอร์ ผู้ที่ต้องอยู่หน้าคอมเป็นเวลานาน ๆ หรือทำงานกับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลาโดยเฉพาะ เพราะแอพพริเคชั่นต่าง ๆ ทั้งหมดที่มีอยู่ใน Line บนมือถือ ยังคงมีอยู่อย่างครบถ้วนใน Line PC

ความสามารถของ Line PC

  1. สามารถแชทได้บนจอคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดกว้างขวาง
  2. แชทกับครอบครัวและเพื่อน ๆ ทั้งแบบคนเดียวและแบบกลุ่มได้เช่นเดิม
  3. สามารถส่งสติ๊กเกอร์รูปแบบน่ารัก ๆ ได้มากมายไม่จำกัดรูปแบบ
  4. จะส่งรูปภาพ ส่งวิดีโอ ส่งข้อความแบบธรรมดาหรือข้อความเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม
  5. สามารถโทรศัพท์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ฟรีโดยใช้ไมโครโฟน
  6. สามารถปรับแต่งให้โปร่งแสงเพื่อความสะดวกในการทำงาน ฯลฯ

ข้อจำกัดบางประการของ Line PC

  1. ต้องสมัครผ่านทาง Line บนโทรศัพท์มือถือก่อน เพราะฟังก์ชั่นยังไม่รองรับ
  2. ส่งข้อความไปแล้วจะมาแสดงสถานะ
  3. ข้อความเสียงที่ส่งมาต้องเซฟลงเครื่องก่อนจึงจะเปิดฟังได้
  4. เปิดหน้าต่างแชทได้เพียงครั้งละหนึ่งหน้าต่าง

แม้ Line PC จะยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้างแต่เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า น่าจะถูกใจผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นประจำไม่น้อย เพราะได้ทั้งทำงานและแชทในเวลาเดียวกัน อย่างลืมโหลดline มาใช้ล่ะ เพราะคุณจะได้ไม่ตกเทรนด์และสนุกทุกช่วงเวลาไปกับ Line PC